fiction

ขออภัยที่ช่วงนี้ไม่ได้ไปเม้นท์บล็อคใครเลย

แต่หลังจากช่วงนี้ผ่านไป หึๆๆๆ หลังจากเรื่องเอนท์คลี่คลาย รับรองว่าจะไปเยี่ยมบล็อคทุกคนแน่

ป.ล. entry นี้ก็ Y อีกแล้วนะจ๊ะ ใครไม่ชอบอย่าอ่านต่อล่ะ หุๆๆๆ

.

.

มาถึงตอนที่ 2 แล้ว กร๊ากกกกกกก แต่งก่อนประกาศผลเอนท์รอบ 2 กรั่กๆๆๆ

ถึงจะไม่เคยอ่านตอนที่1 แต่ไอ้พวก yyyy ทั้งหลาย อ่านยังไงก็รู้เรื่อง ดังนั้นอ่านซะ!

......................................................................

.

ขึ้นปี 2 แล้วล่ะ......

จากวันนั้น...ในเต็นท์บนภูเขา ที่ผมเริ่มรับรู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง

มันไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป เรายังคงใช้ชีวิตตามปกติ

มีเพียงภายในตัวผม ที่เริ่มตระหนักได้ถึงภายในตัวผม

.

แต่ผมยังคงดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามวิถีที่ควรเป็น

.

I promise, when this time is over

.

" เหนื่อยว้อยยยย" ระหว่างการเก็บเศษกระจก ผมร้องครวญคราง ดิ้นพราดๆไปมาอย่างเด็กเอาแต่ใจ

" เอาน่า...ก็มันช่วยไม่ได้นี่ พวกเราผิดเองนะ " เชอะ! โออิชิ นายพูดอารมณ์บาทหลวงอีกแล้ว แต่เอาเหอะ ถ้าไอ้การตีเทนนิสไปโดนกระจกแตกมันจะทำให้ชั้นได้อยู่กับนายล่ะก็...

.

เฮ่ย!!!! ม่ายยยยยน้าๆๆๆๆ

.

ความจริงแล้วผมเฝ้าเวียนปฏิเสธตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามจะถอนรากความรู้สึกนั้นให้สิ้นไปจากใจ

.

" อ้าว เอจิ เป็นไรไป ทำไมเงียบล่ะ "

โออิชิหันมาถามผมด้วยความแปลกใจ ผมยังคงไม่พูดไม่จา

.

นั่นเป็นเวลาช่วงเย็น

.

ผมมองออกไปทางหน้าต่าง ลำแสงสุดท้ายของอาทิตย์ในวันนั้นส่องกระทบใบหน้าผม...และเค้า

" ไม่มีอะไร รีบเก็บกวาดต่อเหอะ " ผมยิ้มให้กับแสงแดดที่ส่องกระทบ

.

แต่ผมรู้ตัวดี ว่าไม่สามารถปฏิเสธตัวเองได้

.

โออิชินิ่งไป เค้าอาจสงสัย...ผมรู้สึกได้ถึงสายตาที่แปรเปลี่ยนไป

เมื่อเค้าก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดเศษกระจกต่อไป ผมก็แอบลอบมองเค้า

.

ไม่มีทางเลยที่จะทำลายความรู้สึกนี้ทิ้งไปเสีย ตราบใดที่นายยังอยู่ตรงนี้

.

" หืม มีอะไรเหรอเอจิ " เค้าเงยหน้าขึ้นมา

ผมก้มหน้าหลบสายตาโออิชิทันที เส้นผมส่วนหนึ่งร่นลงมาปรกใบหน้าของผม

.

จึงคิดเพียงว่า จงอย่าให้มันงอกงามไปกว่านี้

.

ผมซ่อนสายตาของตัวเองไว้หลังเส้นผมสีดำเหล่านั้น

" เปล่า " ผมแค่นเสียงตอบออกไปเพียงเบาๆ

.

เพื่อที่ว่าวันหนึ่ง เมื่อถึงวันที่เราต้องจากกัน

.

" เฮ้ย เอจิ เป็นไรป่าววะ " เค้าจับมือผมไปเขย่าอย่างแรง

ในเวลานั้น ผิวเนื้อบริเวณข้อมือของผมร้อนผ่าว แต่ปลายนิ้วกลับเสียดหนาวราวกับเลือดไม่ไปหล่อเลี้ยง

.

ต้นไม้แห่งความรู้สึกดังกล่าวนั้นจะได้ไม่สูงใหญ่จนเกินไป

.

" ไม่...ไม่มีอะไร" ในตอนนั้น ลำคอของผมแห้งผาก

ลมเริ่มตีขึ้นมาตามหลอดลม นัยน์ตาผมเริ่มชุ่มไปด้วยน้ำ

แล้วผมก็สะอื้นเบาๆ ตลอดเวลาที่เหลือในวันนั้น

.

แล้วต้นไม้ต้นนั้นจะได้เหี่ยวเฉาไปเองในวันหนึ่ง

.

โออิชิ นิ่งเงียบไป ผมนึกอยู่แล้วว่าเค้าต้องรู้

เราช่วยกันเก็บกระจกเงียบๆ จนเสร็จเรียบร้อย

.

เมื่อเวลาเช่นนี้จบลง ชั้นขอสัญญา...

ต้นไม้ต้นนั้นจะเหี่ยวเฉา

และตายไปโดยไม่โผล่ขึ้นมาใหม่

ส่วนซากของมันนั้น

ชั้นจะเก็บไว้คนเดียว

..........

.......................................................................................

ระหว่างที่แต่งตอนนี้ เราก็ฟังเพลงไปเรื่อยๆ มี

in yeon - OST the king and the clown เพลงเดียวกับตอนที่แล้ว เศร้ามากๆ

take five - seo tai ji ความสุขของคนที่เกิดจากเสรีภาพในการดำเนินชีวิตประจำวัน

shallow sleep - Hyde กรูอยากได้ปีก อยากบินเฟ้ย

kodou - dir en grey ชิงรักหักสวาท + เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด

สรุปว่าหลากอารมณ์มากๆ

คนเขียนอ่านเองมันไม่รู้หรอก แต่ขอเดาว่าฟิคตรูตอนนี้เน่าแหงๆ

...........................................................................

ตอนนี้อ่านเรื่องอิเหนาอยู่ อยากบอกว่ามัน........โคตรเกย์อ่ะแก

อันนี้แถม


edit @ 2006/04/09 21:13:41
edit @ 2006/04/09 21:25:44

" เฮ้! เอจิ นายตัวร้อนนี่หว่า " หมอนั่นพูดกึ่งตะโกนใส่ผมอย่างตกใจ

" อ..อืม" จำได้ว่า ผมพูดได้เท่านั้น ก็สลบไป

.

.

..I promise , when this time is over..

.

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน

หลังจากการต่อสู้ของผมกับโออิชิ (ที่ผมแพ้ราบคาบ ชริ! ) ผมกับโออิชิก็เริ่มเล่นคู่กัน

เย็นวันหนึ่ง ฝนตกลงมาปรอยๆ เป็นสภาพอากาศอย่างที่พวกผู้ใหญ่มักจะห้ามไม่ให้เด็กออกไปเล่นกลางแจ้ง แต่(นึกเหรอว่า) เราสองคนจะสนใจ เรายังคงซ้อมเทนนิสกันอย่างสนุกสนาน

ฝนที่ตกลงมาแหมะๆ ฉุดกลิ่นไอดินให้ลอยคลุ้งขึ้นมาจากพื้น

นั่นทำให้ผมไม่สบาย

เย็นวันต่อมา ด้วยสภาพอากาศเช่นเดิม และการซ้อมที่ไม่มีเว้น ผมเริ่มไม่สบายหนักขึ้น

.........และสลบไป

.

.

" เฮ้ย เอจิ ตื่นแล้วเหรอ " เสียงคุ้นๆ เอ่ยทักผมที่ยังอยู่ในอาการสะลึมสะลือ

" อ้าว เห? นายมาอยู่นี่ได้ไงอ่ะ โออิชิ "

" นายสลบไปที่โรงเรียนอ่ะ ชั้นเลยแบกนายกลับบ้านมาเนี่ย ว่าแต่กว่าจะหากุญแจ....."

แล้วหมอนั่นก็พล่ามๆๆ ความยากลำบากที่กว่าจะค้นตัวหากุญแจบ้านออกมาจากตัวผม

.

" ขอบใจมาก ชั้นไม่เป็นไรแล้วล่ะ นายกลับบ้านก็ได้นะ ดึกแล้วด้วย"

" ยังก่อนดีกว่า เดี๋ยวชั้นรอคนในบ้านนายกลับมาก่อนดีกว่า "

" โฮ้ยยยย พวกนั้นเขาไปเที่ยวกัน น้องชั้นสองคนดันไปเข้าค่ายที่ใกล้ๆกัน พวกที่เหลือเลยยกขบวนตามไปกันใหญ่ "

" อ้าว! งั้นชั้นอยู่เป็นเพื่อนนายดีกว่าคืนนี้ "

" เอางั้นเหรอ เออ..ดีเหมือนกัน "

.

โออิชิไปโทรศัพท์บอกที่บ้านว่าจะค้างกับผม

.

หมอนั่นกลับมาพร้อมผ้าชุบน้ำเย็น

" เอ้า วางไว้บนหัวซะ " ว่าพลางวางผ้าแหมะลงบนหัวผม

" ว่าแต่...อย่างงี้ก็เท่ากับเราอยู่กันสองคนอ่ะเด่ะเอจิ "

" เออดิ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ " ผมหัวเราะกับคำพูดกำกวมแบบนั้น โชคดีที่สภาพการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในเวลานั้นผมจึงสามารถหัวเราะได้อย่างจริงใจ แต่ถ้าเป็นในตอนนี้........

.

ผมนอนอยู่บนเตียง มีโออิชินั่งชันเข่าอยู่ข้างๆ เตียง เราสองคนกำลังจับจ้องการแข่งขันเทนนิสรายการหนึ่งในทีวีอยู่

" เฮ้ย เอจิ นอนไปดิวะ มาดูทำไม " หมอนั่นด่าผมทั้งๆที่ตายังจับจ้องกับภาพในทีวีอยู่

" ถ้านายเป็นหวัด นายก็ยังทำเหมือนชั้นอยู่ดีแหละว้า "

" ไม่เจรงงงงง "

" นี่แน่ะ ฟู่ๆๆๆๆๆ " ผมชะโงกหน้า ก้มลงไปเป่าลมใส่หน้ามัน กะว่าไอ้เจ้าโออิชิคงตกใจเสยผมเข้าให้แหงๆ

.

.

ผิดคาด.........หมอนั่นนิ่งไป

" เฮ่ย...โกรธเหรอ ขอโต้ดดดด "

"เอจิ...ร้อน "

" เออ คนไม่เสบยยย จะให้ตัวเย็นเรอะไง "

" ป..เปล่า " หมอนั่นหันกลับมา หยิบผ้าบนหัวผม แล้วลุกไปทางห้องน้ำ

บางที ในตอนนั้น หมอนั่นคงรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างในตัวผมที่เปลี่ยนไป ที่แม้แต่ผมยังเริ่มรู้ตัวในเวลาต่อมาอีกนาน

.

.

" นายตัวร้อนจังแฮะ " โออิชิกลับมาพร้อมกับกะละมังใส่น้ำใบใหญ่ แล้วเริ่มเช็ดตัวให้ผม

" อืม ร้อนผ่าว ไปทั้งตัวเลยแหละ "

" เฮ่ยๆ ร้อนผ่าวเขาใช้ในอีกความหมายนึงเฟ้ย " เจ้านั่นมองหน้าผม ในเวลานั้นผมไม่เข้าใจความหมายหรอก แต่ตอนนี้มาคิดดูแล้ว โออิชิคงพยายามจะเค้นความจริงจากผม โชคดีที่ผมในเวลานั้นยังไม่รู้ความรู้สึกของตัว มิฉะนั้นผมคงโดนเลิกคบไปแล้ว...

" อ้าวเหรอ "

.

ผมในตอนนั้นไม่เข้าใจคำว่า..ร้อนผ่าว..อะไรนั่นหรอก

.

หลังจากวันนั้น ผ่านไปหลายเดือน พวกเราปี 1 ก็ใกล้จะขึ้นปี 2 เต็มทีผมกับโออิชิตกลงกันว่าในวันหยุดยาวของฤดูร้อนเราจะไปเที่ยวภูเขาด้วยกัน.......นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเริ่มจะรู้สึกตัว

.

.

ไปๆมาๆ คนที่จะไปเที่ยวด้วยกันก็มากขึ้น ในที่สุดก็มีผม โออิชิ ไอ้ขี้ปลาทองเทะสึกะ และก็ฟูจิ

.

ผมกับโออิชินอนเต็นท์เดียวกัน

.

นั่นเป็นคืนที่ควรจะร้อนอบอ้าว แต่อาจเพราะอยู่บนที่สูง มันจึงกลายเป็นคืนที่ค่อนข้างหนาวแทน

ผมนอนนิ่ง แต่ยังไม่หลับ นึกอยากจะออกไปเดินรับลมข้างนอกเต็นท์ แต่การจะเดินไปไหนมาไหนคนเดียวในเวลาแบบนี้ มันก็น่ากลัวเกินไป

ผมสะกิดโออิชิ นึกหวังจะให้หมอนั่นยังไม่หลับ

" เฮ้ย หลับยังวะ " ผมส่งเสียงเรียกเบาๆออกไป

หมอนั่นขยับเล็กน้อย แต่ก็ไม่ตื่น ตกลงว่าผมคงไม่มีเพื่อนออกไปเดินแน่ๆ คงต้องข่มตาให้หลับให้ได้

.

ผมเพิ่งจะสังเกต ขาของโออิชิทับอยู่บนขาผม

ผมไม่ได้คิดอะไรนอกเหนือจากว่า มันอุ่นดี ผมจึงขยับเข้าไปใกล้อีกนิด หวังว่ามันคงจะไม่ว่าอะไรนะ

.

.

ผมรู้สึกอุ่นขึ้นมากกว่าที่คิด ผมเงยหน้าขึ้น และพบว่าใบหน้าของโออิชิไม่ได้ห่างไปจากผม

ในเวลานั้นผมไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ หรือในอีกแง่คือผมไม่รู้อะไรเลย

.

รู้เพียงแต่ว่าขาของผมที่สัมผัสกับขาของโออิชิอุ่นขึ้นจนร้อน

และแปลกใจ ที่ทำไม..ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ทำอะไร ทำไมใบหน้าของผมจึงร้อนขึ้น

.

หลังจากนั้น...มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นบ่อยๆ เวลาที่ผมอยู่กับเจ้าหัวไข่ปิ้งนั้น

และในเวลาไม่นาน ผมก็รับรู้โดยสัญชาตญาณว่ามันไม่ใช่ร้อน

แต่เป็น...

...ร้อนผ่าว

....................................................

.

......นี่เป็นฟิคเรื่องแรกของ prince of tennis และก็...อาจจะเป็นฟิคเรื่องที่สองที่ ทำให้เราร้องไห้ทั้งๆที่จบแบบแฮปปี้ๆ 55555 ฟิคเรื่องแรกที่เราร้องไห้ทั้งที่จบแบบสุขนาฏกรรม คือ ฟิค dir ที่ชื่อ จะว่าไปมันก็มีความสุขดีนะ เป็นฟิคที่เราแต่งเอง และแต่งให้เพื่อนคนหนึ่ง ลงในบอร์ด dirfic (คนเคยอ่าน : จบแฮปปี้ตรงไหนวะ! ) เอาน่ะ แต่เรื่องนี้จบแฮปปี้เหมือนหนังไทยจริงๆเฟ้ย แต่ก่อนจบอ่านจะเศร้าไปหน่อย แต่ไม่ใช่เศร้าแบบเบๆนะ แต่เศร้าแบบ บางคนอ่านอาจหัวเราะทั้งเรื่อง บางคนอ่านอาจเฉยๆ มีแค่บางคนเท่านั้นที่เศร้า ประมาณนี้อ่า แหะๆๆๆ

ตอนเขียนเรื่องนี้ ต้องฟัง in yeon - OST the king and the clown ไปด้วย


edit @ 2006/03/29 17:39:10
edit @ 2006/03/29 17:46:41

01 unnamed

"กรุ๊งกริ๊งๆๆ" เสียงโซ่กระทบกันดังก้องไปมาในหู

.......

ผมพลิกตัวอีกครั้ง จากที่นอนหงาย ก็หันหลังให้กับคนที่นอนอยู่เคียงข้าง

......กรุ๊งกริ๊ง

ดังก้องเข้ามาในหูอีกครั้ง

...

..........โอ๊ย!!! หนวกหู........ว้อยยยย!

ผมนึกด่าอยู่ในใจอย่างรำคาญ แล้วเผลอออกเสียงออกมาในช่วงคำสุดท้ายของประโยค

..

" อืม.." เสียงจากคนที่นอนข้าง พึมพำออกจากริมฝีปากบาง โชคดี...ที่ยังไม่ตื่น

..

ผมหันไปมองอย่างไม่ตั้งใจ..........

..

ใบหน้ายามหลับใหล ที่น้อยคนนักจะได้เห็น..........ช่างต่างกับช่วงเวลาปกติ จนไม่น่าให้อภัย

..

ผมสีดำนุ่มสลวยปรกใบหน้าขาวนั้นไว้ภายใต้

..

........ผมยื่นมือออกไปสัมผัสมันโดยไม่รู้ตัว

สัมผัสนุ่ม ราวกับเส้นไหมบริสุทธิ์.............

..

" ฮ้ะ!" ผมชักมือที่เริ่มจะลูบไล้เส้นผมนั้นอย่างไม่รู้ตัวออกมาด้วยความตกใจ

รู้สึกแปลกๆไป

สัมผัสนุ่มนิ่มนั้นยังติดมืออยู่ไม่ยอมจาง

.............................................................................................

" ไลท์คุง วันนี้ดูแปลกๆไปนะครับ " ริวซากิถามผมด้วยคำถามแปลกๆ

"ไม่...ไม่มีอะไรหรอก "

ผมตอบคำถามไปตะกุกตะกัก ริวซากิหันกลับไปง่วนกับคอมพิวเตอร์ต่อ

..

ผมชักมือขึ้นมา สัมผัสนุ่มๆนั้นยังติดอยู่

อยากสัมผัสอีกสักครั้ง..........ความนุ่มลื่นนั้น

.....

" ไลท์! ไลท์คุง" เสียงของใครบางคนเรียกผมให้หลุดจากภวังค์

..

" นายกำลังทำอะไรน่ะ "

สายตากลมโตจ้องมองผมอยู่

..

" เอามือออกไปนะ " เค้าเอ่ยเสียงเยียบเย็น

..

" หา? "

..

มือของผม จับและลูบไล้เส้นผมสีดำกลุ่มหนึ่งไว้

..

ใบหน้าของริวซากิที่หันกลับมาเผชิญหน้ากับผม ห่าง...แค่ชั่วลมหายใจ

" อ่า......... " ผมรีบสะบัดมือออกทันที

ริวซากิยังคงจ้องตาผมอยู่สักพัก ก่อนจะหันกลับไป

.............................................................................................

นี่ก็เป็นอีกคืน ที่อากาศที่รายล้อมตัวลดต่ำลงด้วยอุณหภูมิ

ผมรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งร่างกาย พยายามซุกตัวลงใต้ผ้าห่ม แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรได้

ที่ข้อมือ......กุญแจมือ

เหล็กอมความเย็นและก่อให้เกิดความหนาวยิ่งไปกว่าส่วนอื่น

...กรุ๊งกริ๊งๆ....

.....โอย เสียงนี้อีกแล้ว....ผมรู้สึกขุ่นข้องใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ และตอบสนองความขุ่นข้องนั้นอย่างไม่รู้ตัว

ผมหันตัวไปยังที่มาของเสียง...............สายตาผมปะทะกับใบหน้าที่หลับใหลอยู่

.........

.........

รู้สึกเหมือนเสียงเข็มนาฬิกาจะขาดหายไปชั่วครู่

..........

เหมือนลมหายใจของผมจะติดขัด และโดยที่ไม่รู้ตัว........

ผมยื่นมือออกไปสัมผัสปอยผมสีดำที่ระไปทั่วใบหน้าขาว

..........

..........

" ชอบมันขนาดนั้นเชียวเหรอครับ "

เสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมๆกับดวงตากลมโตที่ค่อยลืมขึ้นมา

...........

..........

ผมนิ่งไปชั่วขณะ แล้วทันใดนั้น.....................รู้สึกถึงความอุ่น

..........

อะไรบางอย่างที่อุ่นและนุ่มอยู่ที่ข้อมือของผม

..........

มือสีขาวนั้น จับข้อมือของผมไว้

ผมจ้องตาบุคคลที่อยู่ตรงหน้า

และเค้าก็จ้องกลับมาด้วยแววตาบางอย่างที่ผมไม่เคยเห็น

.........

........

ชั่วครู่ต่อจากนั้น แรงจับจากมือขาวก็ค่อยคลายลง เหลือเพียงแต่นิ้วเรียวที่ค่อยๆออกแรงกดข้อมือของผม...................ให้แนบแน่นลงบนปอยผมนุ่นนั้น

พร้อมๆกับที่เจ้าของนิ้วนั้นค่อยๆหรี่ตาลง

...........

...........

ความจริงแล้ว ผมไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่าควรจะแปลความหมายนั้นว่าอะไร

ในเวลานั้นมีเพียงสัญชาตญาณเท่านั้นที่ทำงาน และแปลความหมายตามที่จิตใต้สำนึกเรียกร้อง

...................

ผมกระเถิบตัวให้เข้าใกล้ริวซากิ.........จนกระทั่งความอุ่นร้อนของลมหายใจปะทะกัน

ปลายนิ้วของผมลูบไล้ไปตามเส้นไหมสีดำนั้นอย่างหลงใหล

.........

....กรุ๊งกริ๊ง.....

ผมไม่แม้แต่จะสนใจเสียงโซ่พวกนั้น แต่ทว่าเมื่อสิ้นเสียงนั้นดวงตานั้นก็หรี่ปรือขึ้น

นิ้วเรียวที่เคยแตะอยู่ที่ข้อมือของผม ก็ย้ายที่ไปพร้อมกับฝ่ามือขาว.........

........มาประกบที่มืออีกข้างของผม

...........37 องศาเซลเซียส คืออุณหภูมิปกติของร่างกายมนุษย์

แต่ความรู้สึกที่สัมผัสอยู่ที่มือข้างนี้ร้อนไปกว่านั้น

............

ผมจ้องตาริวซากิเขม็ง แต่คราวนี้เค้ากลับหลบตา

ผมพลิกฝ่ามือผม ให้ประกบกับฝ่ามือเค้าที่ทาบทับลงมา

............

...........

ทุกอย่างนิ่งสนิท ไม่มีเสียงโซ่มารบกวนอีกต่อไป

ผม ที่เคยหนาวเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นเรื่อยๆ

จนดูเหมือนจะร้อนเกินหน้าคนที่อยู่ตรงหน้า

.........และดูเหมือนว่าผมจะเริ่มหายใจติดขัด

.................................และท่าทางว่าเค้าเองก็เช่นกัน

......

......

......

ผมเลื่อนมืออีกข้างให้ละเสียจากปอยผมสีดำที่น่าหลงใหล

ค่อยๆสอดมือเข้าไปใต้ร่มผ้าของเสื้อสีขาว

ฝ่ามือของผมสัมผัสถึงความร้อนระอุที่ปะทุขึ้นมาจากทั้งตัวผมเอง และร่างกายนั้น

ผมเลื่อนมือนั้นสะเปะสะปะ

........

มือขาวที่จับมือผมอยู่นั้นยิ่งร้อนขึ้นแล้วบีบมือผมแน่น

ดวงตาเค้าหลับสนิท แต่ริมฝีปากกลับดูเหมือนจะเผยอออกเล็กน้อย

ผมเลื่อนมือไปที่แผ่นหลังแล้ว แล้วออกแรงดัน

ในขณะนี้ร่างกายของเราอยู่ชิดกัน......รู้สึกถึงเสียงหัวใจเต้น

ผมซุกใบหน้าลงกับซอกคอของริวซากิ

...........

" นี่ริวซากิ..." ผมกระซิบด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า

" ถ้านายไม่ห้าม...ชั้น....ชั้น...ชั้นจะ "

ผมเหลือเสียงที่จะทำพูดได้อีกต่อไป เหลือเพียงแต่สัมผัสที่รู้สึกเพียงความร้อนทั่วทั้งร่างกาย

..........

..........ร่างกายของผมเริ่มอยู่นอกเหนือการควบคุม สติของผมเหลือเพียงความสามารถในการรับรู้เท่านั้น

.....กรุ๊งกริ๊งๆ.......

เสียงโซ่บ้านี่ดังขึ้นอีกครั้ง มันปลุกสติผมขึ้นมา....แต่จะผิดไหมถ้าผมจะบอกว่าผมก็ยังคงจะทำในสิ่งที่ทำอยู่ต่อไป

" ด...เดี๋ยว " เสียงหนึ่งดังขึ้น

จะเป็นเพราะไอ้เสียงโซ่บ้านั่นรึเปล่านะที่ปลุกเค้าเช่นกัน และริวซากิก็พูดต่อด้วยคำพูดที่ผมอยากจะบ้า

" ขอโทษนะ ไลท์คุง "

เค้าปล่อยมือที่กุมผมไว้ แล้วพลิกตัวไปอีกด้านหนึ่ง

มือของผมที่สัมผัสแน่นอยู่ที่หน้าท้องระไปกับผิวทั่วบริเวณนั้นเพราะการพลิกตัวของเค้า

และก็พลอยถูกทิ้งไว้ด้านหลัง

ผมมองด้านหลังของริวซากิด้วยความงุนงง และเจียนคลั่ง

ผมเอื้อมมือจะไปจับผมสีดำนั้นอีกครั้ง..........

...........

...........

" ไลท์คุง... " เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

" ถ้าไลท์คุงเป็นคิระ มันคงจะดีกว่าไม่ใช่หรือครับ ที่จะฆ่าผมได้โดยไม่ต้องลังเล"

.........

รู้สึกเหมือนเสียงเข็มนาฬิกาขาดหายไปอีกครั้ง

.........

.........

ผมชักมือกลับ แล้วหันไปอีกด้าน หันหลังให้กับคนที่นอนอยู่เคียงข้าง

...........................................................................................

กร๊ากกกกกกกกกก ครั้งแรกกับการแต่งฟิคลงได(ของexteenแห่งนี้)

สะจายๆๆๆๆๆ ชอบฟิคเรื่องนี้ยังไง(หรืออยากด่าเพราะอารมณ์ค้าง 555) ก็เม้นท์ซ้าน้า

อ๊ากกกกก อย่า! อย่าเพิ่งฆ่าหนู กร๊ากกกกกกกกกก


edit @ 2006/03/18 19:31:28


edit @ 2006/03/18 19:34:44