เฮ้อ.....
ตอนลงฟิคเรื่องนี้ตรูเครียดนะเนี่ย เหอๆๆๆ เดี๋ยวจะบอกว่าเครียดทำไม
ป.ล. ขอบคุณ pikachan สำหรับคำว่า sweat = เหงื่อ ถ้าไม่มีแกเราคงต้องไปเปิดดิค 555+
.
คำเตือน : ฟิคเรื่องนี้ไม่เหมือน Death Note นะเคอะ ไม่ตัดฉับ และไม่หน่อมแน้มน่ารัก เหมือน prince ดังนั้น หากไม่ชอบแบบจะแจ้ง ไม่ควรอ่าน (มีป่าววะ)
...........................................................................................
....เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากจบภาค คิเมร่า แอนท์ ไปแล้ว กอน และคิรัว อายุย่างเข้า 14 ปี...
.
หลายปีก่อน...ผมเคยพาเค้ามาที่บ้านผม
" นี่กอน...คุณมิโตะใจดีจัง แต่แอบเข้มงวดไปไม่นิดดดดด " เค้าโผล่หน้าขึ้นมาจากอ่างสีขาวใบโต
ผมหันกลับไปมอง พยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย ตอนนั้นผมสังเกตเห็น
" คิรัว นายผิวขาวจังแฮะ " ผมเผลอพูดสิ่งที่คิดออกไปอย่างไม่รู้ตัว
" อ้าว...ก็วันๆชั้นก็อยู่แต่ในบ้าน แดดก็ไม่มี พอออกไปฆ่าใคร ก็เป็นกลางคืนซะส่วนใหญ่ แล้วจะเอาเมลานินที่ไหนมาก่อตัวจนดำแบบนาย 555+ " หมอนั่นหัวเราะอย่างครึกครึ้น
..
โชคดี ที่หมอนั่นไม่ได้สังเกต... สายตาของผมจับจ้องไปที่ต้นคอขาวๆนั่น
พลันเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่ง ที่ตัวผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต
.
..The Taste of Sweat..
.
" อ๊ะ ฝนตกๆๆๆ " ฝนที่ไม่เคยตั้งเค้า อยู่ๆก็ตั้งหน้าตั้งตากระหน่ำลงมาอย่างไม่สนใจใคร
ผมกับคิรัววิ่งฝ่าฝนอย่างสนุกสนาน
" 555 " เสียงหัวเราะประสานกัน ดังก้องไปมา
" โอย...เหนื่อยแล้ว เดินกลับกันเหอะ " ผมร้องบอกออกไป
" อาไร้...กอน โกหกป่าวเนี่ย..อ่ะ เดินก็เดิน " ว่าแล้วหมอนั่นก็หันหลังให้ผม แล้วเดินนำหน้าไป
..
ใช่...ผมโกหก
ผมไม่ได้เหนื่อย
..
ผมเดินตามหลังคิรัวอยู่
ฝนที่ตกลงมา จับไปตามเสื้อและผิวเนื้อบนร่างกาย
..
เมื่อมองจากด้านหลัง ต้นคอสีขาวกับไรผมสีเงิน
ผมสีเงินนั้นเปียกน้ำจนลู่ลง ระไปตามบ่า แขนสีขาวเนียน
ปลายเสื้อที่กองรวมกันอยู่ที่เอว เมื่อขาเรียวสองข้างก้าวเดิน ก็เห็นสะโพกชัดเจน
..
" เฮ้ย กอน เป็นไรไม่เดินต่อ " หน้าสวยคมที่หันกลับมาทำเอาผมแทบสะดุ้ง
" อ่า...ป่าว "
แล้วผมก็ซอยเท้าจนเดินขนาบคู่ไปกับหมอนั่น
สิ้นสุดกิจวัตรสกปรกที่ผมมักจะแอบทำ
..
นายจะรู้หรือสงสัยมั้ย ว่าสายตานี้ที่มองนายยามนายไม่เห็น
มันกระหายอยากขนาดไหน
..........................................................
.
ซ่าๆ....เสียงฝนที่ตกลงมายังกระทบโสตประสาทอันเครียดเขม็งของผม
ผมนอนไม่หลับ
.
ผมนอนหันข้าง และคิรัวนอนหันหลังให้ผม
ลักษณะการนอนเช่นนี้....ทำให้กิจวัตรอันแสนสกปรกหวนกลับมาอีกครั้ง
.
นิ้วของผมขยุ้มที่นอนแน่น
.
เสียงลมหายใจเข้าออกดังแผ่วเบา ร่างกายสีขาวนั้นก็สั่นไหวตามจังหวะการหายใจ
แล้วผมก็จินตนาการถึงบางสิ่งบางอย่าง
.
นิ้วของผมกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ
ความเจ็บนั้นสะกิดให้ผมรู้สึกตัว
...ปากของผมเผยอกว้างขึ้น และปลายลิ้นที่อยู่ภายในก็เริ่มม้วนตัวแปลกๆ
" อ้ะ!! "
ผมกระโจนลุกจากเตียง วิ่งเข้าไปในห้องน้ำที่เปิดอ้าอยู่ทันที
.
....ผมกลัว
ถ้าหากว่าสติผมหลุดลอยไป แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
เพียงแค่สัมผัสนิดเดียว ดวงตาคมนั้นก็จะเบิกกว้าง และตื่นเต็มที่อย่างมือสังหารที่ถูกฝึกมาดี
แล้วก็คงจะถามผมว่า " มีอะไรเหรอกอน "
แค่นั้นก็จบแล้ว.......เพราะเค้าจะเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยตัณหาแทนที่ใบหน้าของเพื่อนผู้แสนดี
.
ผมรู้สึกถึงความโสโครกที่ก่อตัวขึ้นมากขึ้นทุกที
.
ปีหน้าทั้งผมและคิรัวก็จะอายุครบ 14 ปี
ถ้าหากว่า ปีหน้า เรายังอยู่ด้วยกัน
ถึงตอนนั้น ผิวขาวนวลนั่นก็คงจะเปล่งปลั่งกว่านี้
ดวงตากลมโตที่มักจะมองผมด้วยความเชื่อใจก็คงจะสวยพริ้มยิ่งกว่านี้
แล้วผมจะทำไงดี
.
..................................................................................................................
.
ผมเพิ่งค้นพบอะไรบางอย่าง
ผมไม่กล้าสบตากับคิรัว...นานแค่ไหนแล้วไม่รู้
ดวงตากลมโต ล้อมรอบด้วยแพขนตา
ผมอยากจะรู้นัก...ว่ามีสักกี่คนบนโลกนี้ที่จะทานทนไหว
โดยเฉพาะ...คนที่...อย่างผม
.
แต่ ณ ขณะนี้ คิรัวกำลังจ้องตาผม และผมเองก็ไม่สามารถหลบสายตาได้
หรืออีกแง่หนึ่ง...ผมไม่สามารถถอนสายตาออกไปได้
.
" กอน....ชั้นมีคำถามนึงที่อยากถามนาย "
.
ก่อนหน้านี้สัก 3 สัปดาห์ ขณะที่เราท่องเน็ทเวิร์คสมองกล*อยู่ พลันภาพหนึ่งก็เด้งขึ้นมา
" เฮ่ย!! " เป็นคำอุทานที่เราเปล่งเสียงออกมาพร้อมๆกัน
มันเป็นเว็บไซต์แห่งหนึ่ง เป็นอย่างชนิดที่เรียกว่า....เด็กผู้ชายคงอยากเข้ามาดู
" เอ่อ จะเข้าไปเปล่าอ่ะ " ผมเอ่ยถามออกไป
" เข้าสิวะ! " คิรัวก็ตอบกลับมาทันที
.
ถ้าหากว่าผมอยู่คนเดียวหรือจะอยู่กับเพื่อนคนอื่นก็แล้วแต่ ผมคงแค่หัวเราะแหะๆ แล้วก็คลิกเข้าไปดูอย่างที่คิรัวทำอยู่ เพราะผมก็เป็นเช่นเด็กผู้ชายทั่วไปที่สอดรู้สอดเห็น
แต่ว่า....
ข้างๆตัวผมในขณะนั้น
...คิรัว
.
สายตาของเราทั้วคู่จับจ้องไปยังภาพที่อยู่ตรงหน้า
ในเวลานั้นผมรู้สึกโล่งใจไปเล็กน้อย
ที่ตัวผมเองไม่นำภาพที่อยู่ "ข้างๆ" ไปปนกับภาพที่อยู่ "ตรงหน้า"
..
เวลาผ่านไปสักพัก
..
ความนุ่มนวลบางอย่างปาดผ่านแขนของผมไป
เหงื่อไหลซึมออกมา
แล้วตัวผมก็พลันร้อนขึ้น
..
ผิวขาวเนียนนั้น ถูกฟูมฟักทะนุถนอมอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่
ต่างกับผิวสีคล้ำ ที่ต้านแดดต้านลม ซุกซนไปมาทั่วทั้งเกาะ
เป็นวัสดุคนละชนิด...
...เมื่อเสียดสีกัน มันจึงเกิดประกายไฟ
.
คิรัวขยับตัว แล้วแขนของเราก็กระทบกัน
.
มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับคืนนั้น
ผมลุกจากเก้าอี้แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำทันที
.
เมื่อมีครั้งที่ 1 ก็ต้องมีครั้งต่อ
คิรัวบอกผมว่า " เราก็ 13 แล้ว จะดูอีก คงไม่เป็นไรมั้ง "
ใช่...มันไม่น่าจะมีอะไรผิดนี่
...ที่ผิดน่ะชั้นเอง
.
แล้วมันก็เป็นเหมือนเดิมทุกครั้ง
เพียงแค่ผมสัมผัสตัวเค้านิดเดียว
....ก็ทนไม่ไหว
เป็นเช่นนั้นทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน
.
ผมผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ หวังจะเดินไปทางห้องน้ำ
แต่ต้องหยุดชะงัก เมื่อ...
...เมื่อ...
มือสีขาวฉุดรั้งข้อมือผมไว้
.
ข้อมือผมร้อนระอุ เหงื่อพลันผุดขึ้นมา
.
" นาย..เอ้อ..นายเข้าก่อนก็ได้นะ คิรัว "
ผมจ้องมองข้อมือสีขาว.....ผมไม่กล้าจ้องตา
" เงยหน้าขึ้นมา สบตาชั้น " เสียงเรียบนั้นเอ่ยขึ้นช้าๆ
.
เลือดในกายผมสูบฉีดรุนแรง
เหงื่อผุดขึ้นมาเม็ดแล้วเม็ดเล่า
.
ผมเงยหน้าขึ้น สบตากลมโตนั้น
.
" กอน....ชั้นมีคำถามนึงที่อยากถามนาย "
เสียงเรียบนั้นเอ่ยต่อไป
ดวงตาเรายังคงสบกันอยู่
" อะ..อะไร "
เสียงของผมสั่น และแหบพร่า
.
" นายลุกไปทุกครั้งทันทีหลังจากสัมผัสชั้น "
.
นั่นเป็นประโยคที่ผมกลัวที่สุด เพราะผมไม่รู้ว่าจะตอบว่ายังไง
.
ผมนิ่งเฉย
เรายังคงสบตากันอยู่
.
.
ผมรู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อเห็นใบหน้าที่เคยขาวกลับมีสีแดงจากเลือดที่ถูกสูบฉีด
ในชั่วเวลาไม่กี่วินาทีที่ผมลืมตัว
สัญชาตญาณที่เข้าครอบครองร่างผมได้โน้มตัวผมให้เข้าใกล้ใบหน้าขาวนั้น
...จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ
.
คิรัวไม่ได้ขัดขืนผมเลยแม้แต่น้อย
.
ทันทีที่ริมฝีปากของเราประกบกัน มืออีกข้างหนึ่งของผมที่เป็นอิสระก็เริ่มสัมผัสผิวเนื้อสีขาวที่เฝ้าฝันมานานทันที
เหมือนคนเมา ผมไม่สามารถควบคุมตนเองได้
.
คิรัวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผมแตะบริเวณกลางลำตัว
แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน และเรายังคงจูบกันเช่นนั้นต่อไป
.
เมื่อเหงื่อไหลเข้ามาในปาก และลิ้นของเรารับรสมันได้
เราก็ถอนริมฝีปากออกจากกัน
.
คิรัวซบหน้าลงกับไหล่ของผม เมื่อมือผมที่แตะที่กลางลำตัวเค้าเริ่มทำตามอย่างที่เคยทำให้ตัวผมเอง
และก่อนที่ผมจะงงไปมากกว่านี้ มือสีขาวนั้นก็เอื้อมมาทำให้ผมเช่นเดียวกัน
เสียงหวานนั้นกระซิบข้างหู
" ทำงี้ใช่ป่าว "
เค้าพูดด้วยเสียงสั่นๆ
.
นั่นทำให้ผมแทบคลุ้มคลั่ง
.
เนื้อนิ่มๆ สัมผัสผิวเนื้อส่วนที่ไวต่อการรับสัมผัสที่สุด
ผมหันไปหาคิรัว หมอนั่นเหลือบขึ้นมามองผมเช่นกัน
ใบหน้าที่ซบอยู่บนไหล่ของผมในขณะนี้ แดงราวลูกตำลึงสุก
ดวงตาที่หรี่ปรือนั้นกลมใส เมื่อสบตากับผมกลับหลบสายตาลง
แพขนตาหนานุ่ม เมื่อเจ้าของเสมองลง มันจึงหุบลงระกับบ่า
ผมสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงเส้นขนตาที่ให้สัมผัสฟูฟ่องเช่นนั้น
.
เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด.......สมาธิของผมกลับมาอยู่บริเวณไหล่
ไหล่...ที่ใบหน้าขาวๆนั้นซุกอยู่........ผมจินตนาการ...ในเวลานี้ดวงตานั้นจะฉายแววอย่างไร
......
เมื่อความคิดพาผมไปที่จุดหนึ่ง ผมก็ละมือกิจกรรมที่ทำอยู่ แล้วใช้แขนทั้งสองข้างนั้นกอดรัดร่างกายสีขาวที่อยู่ตรงหน้า
" ฮ้ะ! " คิรัวร้องด้วยความตกใจเมื่อแผ่นอกของเราทั้งคู่ปะทะกัน
ผมตัดสินใจกระซิบที่ข้างหูของเค้า " คิรัว...ปะ...เปลี่ยนที่มั้ย "
สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงลมหายใจที่ดังแหบพร่าเท่านั้น
.
ผมนึกไม่ออกว่าเรามาถึงเตียงได้ยังไง
แต่ในเวลานี้ตัวผมคร่อมทับอยู่บนตัวเค้า
มือของผมสั่นไปหมด ไม่นึกฝันว่าภาพในจินตนาการจะมาปรากฏจริงอยู่ต่อหน้า
ร่างสีขาวที่ทอดกายอยู่เบื้องล่างคือ คิรัว จริงๆ
.
ผมคุกเข่าถอดเสื้อกล้ามของตัวออก แล้วโน้มตัวลงไปหาร่างเบื้องล่าง
มือของผมค่อยๆเลิกเสื้อกล้ามสีดำตัวนั้นขึ้น ผิวขาวเนียนตัดกับสีดำอย่างจัง
พลันแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างก็กระทบกับผิวขาว
.
เวลาที่เราหิว แล้วมีอาหารอันโอชะมาวางตรงหน้า
เราก็จะตะครุบ แล้วสวาปามมันเข้าไปอย่างหิวโหย
.
ในเวลานี้ก็เช่นเดียวกัน อาหารอันโอชะที่เคยเฝ้าฝัน ในเวลานี้มันดูน่ากินจนไม่น่าเชื่อว่าตัวผมทนอดมันมาได้ขนาดนี้ได้อย่างไร
ผมก้มหน้าลงไปลิ้มรสเนื้อสีขาวนั้นอย่างหิวกระหาย ลิ้นของผมโลมเลียค้นหารสชาติอันโอชะอย่างมูมมาม
......รสเค็มของเหงื่อไล้ไปตามลิ้น
.
เสียงครางหวานดังลอดเข้ามาในโสตประสาท เย้ายวนจนสติของผมเตลิดไปอย่างกู่ไม่กลับ
และรับรู้เพียงรสชาติที่ปลายลิ้น กับสัมผัสของมือนุ่มที่ขยุ้มผมของผมไปมา
.
" กอน..... " เสียงเรียกชื่ออันแสนหวานเรียกสติผมกลับมาอีกครั้ง
" จูบชั้นที "
.
คำพูดที่ไม่น่าเชื่อได้ออกมาจากริมฝีปากสีแดงสด ผมเลื่อนตัวขึ้นทำตามบัญชาของร่างสีขาว
.
แล้วปลายลิ้นของเราก็เกี่ยวกระหวัดกันอีกครั้ง
.
มือสีขาวเลื่อนลงมา ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของผม แล้วกอดกระชับให้เราแนบแน่นกันมากยิ่งขึ้น
.....ซึ่งทำให้ส่วนหน้าของเรา บดเบียดกันไปมา
นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่รสจูบของเค้าเร่งเร้ามากชึ้น
.......รู้สึกไปถึงลำคอ....รสเค็มของเหงื่อ
.
ผมถอนจูบออกจากริมฝีปากบางนั่นอย่างแสนเสียดาย แล้วกระซิบที่ข้างหูของเค้า
" คิ..คิรัว ชั้นจะทำให้นายนะ "
มือขาวที่กอดรัดผมคลายลง แล้วลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง
.
ผมเลื่อนตัวลงต่ำ
ขาเรียวทั้งสองข้างแยกห่างจากกันอย่างว่าง่าย
ลิ้นของผมเริ่มทำหน้าที่ของมัน.....รสเค็มล่วงล้ำเข้ามาในลำคออีกครั้ง
" อ้ะ...อา " เสียงครางหวานดังก้องไปมา
เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นมาเม็ดแล้วเม็ดเล่า
.
" ก..กอน....นาย.. " ก่อนที่เค้าจะพูดจบประโยค ความหวานมันก็พุ่งพรวดเข้ามาในลำคอผม
ผมดูดกินมันเข้าไปจนหมด
" กอน " คิรัวพยุงตัวขึ้นมาจากที่นอน ขณะนี้เรานั่งหันหน้าเข้าหากัน
.
เราจ้องตากันอีกครั้ง ผมไม่รู้ว่าตัวผมทำหน้ายังไงออกไป แต่ใบหน้าขาวนั้นยังมีสีแดงเรื่อ
" ช..ชั้น...จะทำให้นายบ้างนะ "
แล้วเค้าก็ยื่นหน้าเข้ามา ริมฝีปากบางๆนั้นไล้เล็มหยาดน้ำสีขาวที่เปรอะออกมาจากปากผม
.
เป็นช่วงเวลาแห่งความฝัน.....
.
คิรัวกำลังทำสิ่งเดียวกันกับที่ผมทำเมื่อครู่คืนให้ผม
..รู้สึกได้ถึงความชื้น....ความนุ่ม...เรียวลื้น
ความรู้สึกของผมทะยานขึ้นสูง
.
มือของผมขยุ้มเส้นผมสีเงินนั้นไว้
" คิ..คิรัวถอนปากออกมาก่อน " ผมร้องบอก พลางดึงผมกลุ่มหนึ่งขึ้น บังคับกลายๆให้เค้าทำตามคำพูดผม
" ทำไมเหรอ..กอ อ๊ะ!! "
.
หยาดน้ำสีขาว ที่ผมไม่ต้องการจะให้มันเปื้อนภายในริมฝีปากแดงสดนั่น
กลับเปรอะเปื้อนไปทั่วดวงหน้าขาวเนียน
.
แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบใบหน้าที่อยู่ตรงหน้า
ดวงตากลมหรี่ปรือ จ้องมองผม
.
ผมกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง
ความร้อนเริ่มก่อตัวขึ้นทั่วร่างกายอีกครั้ง
.
หยาดน้ำสีขาวขุ่นไหลไปตามความโค้งของใบหน้ารูปไข่แล้วหยดแหมะลงบนต้นขาผม
.
ใบหน้าขาวนั้นก้มหลบแสงจันทร์
...แล้วลิ้นสีแดงนั้นก็เลียดูดซับหยาดน้ำที่หยดลงมาเมื่อครู่
.
เป็นชั่วขณะ.......ร่างกายผมร้อนขึ้นจนทนไม่ไหวในชั่วพริบตา
.
ผมผลุดลุกแล้วจับคิรัวให้ล้มตัวลง
.
ร่างกายที่ผมคร่อมทับอาบแสงจันทร์ไปทั่วร่าง
.
ผมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ.......จ้องมองร่างภายใต้ด้วยสายตาที่คงเต็มไปด้วยตัณหา
.
" คิรัว " ผมก้มลงเอ่ยเสียงกระซิบ
" นาย....อ้าขาให้ชั้นได้มั้ย..นะ " ผมพูดด้วยเสียงแหบพร่า หัวใจเต้นรัว
.
.
" อ๊อก!! "
ผมรู้สึกชาบริเวณหน้าท้อง
และก่อนจะหมดสติไป
ความนุ่มของลิ้นและรสเค็มของเหงื่อผ่านเข้ามาในปากอีกครั้ง
.
แล้วผมก็หมดสติไป บนร่างกายสีขาวที่อาบแสงจันทร์นั่นเอง
.
...................................................
จบแย้ว.....................ตอนนี้ อิๆๆๆๆๆๆ
ตามสัญญาแล้ว ไม่ตัดฉับเลยแม้แต่น้อย 555555+ เค้าไม่ได้ตัดฉับสักหน่อย เนอะๆๆๆ
เราล่ะช้อบชอบ Gon x Killua แต่ทำไม..ทำไม!! ไม่ว่าจะหาโดจินหรือฟิค จะไทยหรือเทศ ตะวันออกหรือตะวันตก ทำไมคนทั้งโลกถึงเห็นเป็น Killua x Gon หมดฟระ!!!
เคื้องงงงงงงงงงเคือง เอาล่ะ ไม่มีคนทำไม่เป็นไร ช้านทำเองได้เฟ้ยยยยยยย กร๊ากกกกกก
ระหว่างที่แต่งฟิคเรื่องนี้ก็มีเรื่องตลกเกิดขึ้นมากมายค่ะ ตอนแรกที่คิดโครงเรื่อง คิดไปคิดมาทำไมมันเรทๆชอบกล เราก็ไม่ได้แต่งเรทมาปีนึงแล้ว ไม่รู้ยังแต่งได้รึเปล่า เอ๊ย!! ไม่ใช่ๆ หนูไม่เคยแต่งเรทเลยตั้งแต่เกิดมา เป็นเด็กดีมาตลอด ก็คิดหนักว่าจะแต่งดีป่าว อีกอย่างกลัวโดนปิดบล็อค แต่มีเพื่อนมาบอกว่า "โฮ้ยยย แก ถ้า ffman (บล็อคที่ทำโดจินอ่ะค่ะ) ยังไม่โดนปิดแกก็อย่าสำคัญตนผิด " เออจริง เราเห็นด้วย เราจึงลงมือแต่งทันที
ระหว่างแต่งก็มีเรื่องน่ากลัว คือระหว่างแต่งเราได้ส่งส่วนแรกๆให้ little dog อ่าน บังเอิญมันตัดอีกตอนกะลังจะเริ่ม 5555 หลังจากนั้นเราก็โดนตามล่า โดนยิง ถ้าแกไม่แต่งต่อตาย!!
แถมมันยังบังคับเรา บอกว่า " เด็กๆต้องมีของเล่น " บังคับให้เราหาของเล่นให้เด็กๆ(กอนกะคิรัว)เล่น ม่ายยยยยยยยยยยยยยย อะไรกัน เด็กน้อยอย่างชั้น จะไปแต่งฟิคน่ากลัวอย่างนั้นได้ไง
55555+แต่ในที่สุดตอนนี้ก็ไม่มีของเล่นคิดซะว่า เด็ก13มันนัวเนียกัน จะไปเอาอะไรกะมัน 555
มีอีกเรื่อง คือความจริงฟิคที่เรามากที่สุดคือฟิค dir en grey ก็เป็น J-rock ประเภทหนึ่ง
คู่ที่ถนัดที่สุดคือ Die x Kyo
เมื่อวานนี้ที่โดน little dog บังคับให้แต่งฟิค ทำให้หวนนึกถึงสมัยแต่งฟิค dir เราโดนคนตามฆ่าอย่างนี้เหมือนกัน บังคับให้แต่ง Die x Kyo โอ้วววววว ระหว่างที่รำลึกความหลังเราก็เหลือบไปบนหน้าจอ เฮ่ย!!!! เราพิมพ์กอนเป็น Die กรรม!! นิสัยเก่าออก
เอาล่ะ ในที่สุดฟิคเรื่องนี้ก็ออกสู่สาธารณะชนแล้ว กร๊ากกกกกกก มา!!! เม้นท์ซะ!!!
edit @ 2006/04/25 17:47:02
ไว้พี่อ่านเมื่อไหรจะกลับมเมนต์ฟิคคุณน้องขานะคะ
...
แล้วนะนี่ พอมาเจอฟิคแกเลยทำให้ต้องไปหาอย่างอื่นมาอ่านอีกเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
*